ัยสมัยสงครามเวียดนาม ที่ยังไม่มีการผลิต เชือกแบบมีแกน ซึ่ง ทั้งนี้เกิดจากสาย<br />วิทยาการที่รับผิดชอบไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าที่ควร นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียว ยังไม่รวมการ อุปกรณ์<br />อื่นๆ เช่นรอกกู้ภัย ที่ น้อยชุดกู้ภัยในประเทศไทย ที่จะใช้งานได้ , ชุดสายรัดตัวในการกู้ภัยที่ หลาย<br />ท่านเข้าใจว่าทำไมไม่ใช้เชือกแทนล่ะ เหตุผลคือ ในการกู้ภัยที่ต้องมีการค้างตัวบนเชือกเป็น<br />เวลานาน เชือกที่แสวงเครื่องทำสายรัดตัวแบบนี้จะกดทำเส้นเลือดบริเวณขาทำให้ เลือดไหลเวียน<br />ไม่สะดวก อาจเป็นอันตรายถึงพิการได้ แต่ เหตุผลทางวิชาการอาจจะเป็นแรงผลักดันไม่พอที่จะ<br />ส่งผลการปรับเปลี่ยน อุปกรณ์ได้ จนกว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น<br />4. การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเตรียมการเคลื่อนย้าย Stabilize เป็นการให้การดูแลด้านการแพทย์ ณ<br />พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะ นำผู้ประสบภัย ออก โดยไม่มีการบาดเจ็บเพิ่มเติม และ ไม่มีอาการที่รุนแรง<br />ขึ้น จากที่เป็นอยู่ ในส่วนงานด้านนี้ นั้น ในพื้นที่ ประสบภัยที่สามารถเข้าถึงสะดวกด้วยรถยนต์ ก็<br />ไม่เป็นปัญหานัก แต่ถ้าเป็นพื้นที่ ที่ถูกตัดขาดนั้น การปฏิบัติดังกล่าว ยังไม่มีประสิทธิภาพพอ<br />เนื่องจาก งานด้านการพยาบาลสนาม( การรักษาพยาบาล ที่ อาจจะมากกว่าการปฐมพยาบาล ทั่วไป<br />โดยที่ไม่ใช้นายแพทย์ เนื่องจาก ความห่างไกลของระยะทาง เวลาที่ใช้ในการเดินทาง ซึ่งเป็นห้วง<br />เวลาที่ต้องใช้ทักษะที่สูงขึ้นในการกู้ชีพ เช่น การห้ามเลือดด้วยการบีบเส้นเลือดใหญ่Clamping ,<br />การให้น้ำเกลือ , การลดความกดดันในช่องอก Decompression and Drainage of chest , การทำช่อง<br />หายใจฉุกเฉิน Emergency Airway Procedures ) ซึ่ง นายแพทย์หลายคนว่า มันอันตราย หากทำไม่<br />ถูกต้อง ควร.ซึ่ง ในสถานการณ์ภัยพิบัติบางครั้ง หมอคงไปไม่ถึงที่เหล่านั้น หรือ นานเกินที่จะรอ<br />ซึ่งในส่วนงานพยาบาลสนามของทหารไทยนั้น ต้องยอมรับว่า ถูก หยุดเวลาไว้ที่ห้วงสงคราม<br />เวียดนาม ดูได้จากอุปกรณ์ของหมวดเสนารักษ์ หรือ นายสิบพยาบาล( กระเป๋าพยาบาล ) ที่ถ้าเอาไป<br />ช่วยเหลือในสถานการณ์ ภัยพิบัติ คงไม่ไว้ ซึ่ง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข และ กรมแพทย์ทหารซึ่งน่าจะ<br />เชี่ยวชาญเรื่องการพยาบาลในสนามรบ ควรจะลงมาดูแลและให้ความสำคัญมากขึ้น มากกว่าคำตอบที่ว่า<br />ให้หมอทำดีกว่า เพราะในสถานการณ์ปกติหมอก็ไม่พออยู่แล้ว<br />5. การนำส่งพื้นที่รองรับ หรือพื้นที่ รักษาพยาบาล Transportation เป็นการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจาก<br />พื้นที่ที่อันตราย ไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย เพื่อการรักษาขั้นสูงต่อไป เช่น การนำออกจากพื้นที่ป่าภูเขา<br />มายัง สนาม ฮ.ที่ใกล้ที่สุดเพื่อส่งต่อไปยัง รพ.มีขีดความสามารถเพียงพอในการรักษา เช่น การ<br />เคลื่อนย้าย ไปยังพื้นที่ รองรับ ( สถานพยาบาล ) ซึ่งการทำงานโดยทั่วไปก็จะใช้เทคนิคเดี่ยวกับ<br />การเข้าถึงพื้นที่<br />ความเร่งด่วนของ มาตรการนิรภัย Priority of Safety (ความปลอดภัย)<br />พึงระลึกเสมอว่า ส่วนมากการช่วยชีวิต จะไม่มีทางที่จะกระทำในสภาพที่ ปลอดภัยทั้งหมด ถ้าคุณ<br />ทำให้ตัวเอง หรือ ชุด เข้าไปอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่อันตราย , ไม่มีทางหนี คุณกำลังจะเพิ่มปัญหา โดยไม่ได้<br />ช่วยแก้ปัญหา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ความเร่งด่วนของ มาตรการความปลอดภัยมีตามลำดับดังนี้<br />ก. ลำดับแรก ช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน<br />ข.ลำดับที่สอง ต้องมั่นใจว่ามาตรการนิรภัยที่มีอยู่ทำให้ทุกคนในชุด สามารถช่วยชีวิตช่วยเหลือ<br />กันได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ<br />ค.ลำดับที่สุดท้าย หลังจากที่ช่วยตัวเองและกำลังพลในชุดได้จึงจะเริ่มช่วยช่วยชีวิตผู้อื่น. ซึ่งถ้า<br />ทำได้ตามนี้ จะทำให้มีสมาธิและมุ่งความพยายามทั้งหมดไปในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสพภัยได้อย่าง<br />เต็มที่และมีประสิทธิผล<br />บทบาทหน้าที่ของ สมาชิกในหน่วยงาน , ชุดกู้ภัย<br />ก. ผบ.เหตุการณ์ Incident Command<br />เป็นผู้สั่งการในการช่วยชีวิต ไม่จำเป็นต้องรู้เทคนิคการช่วยเหลือมาก แต่ ต้องประสานการปฏิบัติใน<br />การกู้ภัยได้ ซึ่ง ในการที่จะประสานการปฏิบัติได้จะต้องมีความรู้พื้นฐานในการกู้ภัย , หน้าที่ขีด<br />ความสามารถของ หน่วยต่างๆที่ช่วยในการกู้ภัย ซึ่งไม่จำเป็นต้อง ควบคุมมาก ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ<br />จำนวนหน่วยที่เข้าร่วม ซึ่งในบาง สถานการณ์ อาจจะเป็นแค่ ทีม ๖ คนที่เข้าไปช่วยใน อุบัติเหตุเล็กๆ<br />ข.ผู้ผูกรัดมัดตรึงระบบ Rigger<br />เป็นผู้รับผิดชอบในอุปกรณ์และระบบการใช้เชือก เช่น การติดตั้ง ( ผูก เชือกนิรภัยข้ามทางน้ำ , การ<br />ผูกระบบรอกกู้ภัย )<br />ค. จนท.สนับสนุน Gofer<br />เป็นส่วนที่สนับสนุนการปฏิบัติการกู้ภัย เช่น จนท.สื่อสาร , ส่งกำลังบำรุง( จนท. คลังอุปกรณ์ ,<br />ส่วนเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บต่อไปยัง รพ. ฯลฯ ,<br />ง.จนท.กู้ภัย Rescuer สมาชิกแต่ละคนที่ปฏิบัติการช่วยชีวิต<br />เอกสารอ้างอิง<br />1. เอกสารคู่มือการปฏิบัติการ ของหน่วยดั